แก๊งเชลียร์!! ถ่อย ประเคนหมัด-สหบาทา สาดใส่กลุ่มต้าน แม้ว ตร.ทาสรับใช้ เลือกจับขั้วทั้งที่เลือดอาบ ด้านฝ่ายหนุนลอยนวล ปริศนา ชายฉกรรจ์ เสื้อดำ-น้ำตาล หัวเกรียน ล็อกคอซ้อมคนตะโกน ทักษิณออกไป เป็นใคร? ขณะที่ รปภ.นายกฯ ยืนนิ่งอยู่วงนอก นายสั่งห้ามปะทะหวั่นตกเป็นข่าว
วันนี้ (21 ส.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลัง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรี ได้เดินทางไปเป็นประธานในพิธีเปิดให้บริการ Digital TK park ณ อุทยานเรียนรู้ส่วนบริการ ชั้น 8 โซน D อาคารเซ็นทรัลเวิลด์ ถนนพระราม 1 ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ตำรวจจากตำรวจนครบาล 6 จำนวน 8 โรงพัก โรงพักละ 12 นาย ประกอบด้วย ตำรวจสันติบาลและหน่วยปราบจลาจลทั้งในและนอกเครื่องแบบอย่างเข้มงวด โดยวางกำลังกระจายกำลังไว้ทุกชั้นของห้างสรรพสินค้า ลิฟต์ทุกตัว บันไดเลื่อนทุกจุด และห้ามผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องขึ้นไปที่ชั้นจัดงานโดยเด็ดขาด เพื่อป้องกันเหตุไม่คาดคิดอย่างที่เคยเกิดขึ้นที่ห้างสยามพารากอนเมื่อวันเสาร์ ที่ผ่านมา
ทันทีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ เดินทางถึงห้างสรรสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์ บอดี้การ์ด (ตำรวจรักษาความปลอดภัย) ประมาณมากกว่า 10 นาย ได้นำทางไปยังลิฟต์ขนสินค้าด้านหลังห้าง เพื่อขึ้นไปยัง งาน ซึ่งไม่เป็นตามกำหนดการที่มีการเตรียมการต้อนรับไว้ที่หน้าห้าง ที่ พ.ต.ท.ทักษิณ จะต้องขึ้นลิฟต์แก้วและบันไดเลื่อนที่ชั้น 7
จากนั้นเวลา 16.00 น.พ.ต.ท.ทักษิณ ได้เดินทางกลับโดยตำรวจรักษาความปลอดภัยนายกฯแจ้งมายังผู้สื่อข่าว ว่า นายกฯขอเวลาส่วนตัว ห้ามติดตาม ซึ่งในระหว่างนั้น กลุ่มผู้ต่อต้าน พ.ต.ท.ทักษิณ ประมาณ 10 คน ทั้งชายและหญิง ได้วิ่งตามผู้สื่อข่าวมา โดยมีชายสวมเสื้อแดงวัยกลางคน ตะโกนไล่ ทักษิณ ออกไป เสียงดังสนั่น ทันใดนั้นได้มีชายฉกรรจ์ 2 คน สวมเสื้อบาติกสีน้ำตาล ผมเกรียน และอีกคนสวมเสื้อเชิ้ตสีดำ แขนยาว บุคลิกคล้ายตำรวจนอกเครื่องแบบ ใส่แว่นตาดำ พุ่งเข้าไปล็อกตัวชายที่ตะโกนขับไล่นายกรัฐมนตรี พร้อมกับทุบและชกเข้าที่ใบหน้าชายดังกล่าวอย่างจัง จนชายเสื้อแดงต้องหยุดตะโกน ขณะเดียวกัน ชายฉกรรจ์ทั้ง 2 ที่ล็อกตัวผู้ต่อต้าน ได้ไล่ให้กลุ่มต่อต้านออกไป โดยมีชายขาพิการใช้ไม้เท้าเดินประกบ พร้อมกับพูดอย่างหยาบคายว่า พวกมึงมาไล่เขาทำไม พวกมึงมัน เหี้ย เป็นแค่หนึ่งในร้อย ไอ้สัตว์ ไล่ทักษิณทำไม จนสร้างไม่พอใจให้กับกลุ่มผู้ต่อต้าน เพราะเป็นการทำเกินกว่าเหตุ จึงพากันส่งเสียง ทักษิณ...ออกไปๆ ลั่น โดยระหว่างนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แต่ยืนสังเกตการณ์อยู่ ไม่มีการเข้าไปยุติความชุลมุน
อย่างไรก็ตาม ความชุลมุนเริ่มรุนแรงขึ้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจพุ่งเข้าไปควบคุมตัวชายเสื้อแดงที่ตะโกนขับไล่ พ.ต.ท.ทักษิณ ทันที ในเวลาเดียวกันก็ได้เกิดเหตุการณ์ชุลมุนขึ้นอีก เมื่อกลุ่มสนับสนุนตะโกน ทักษิณสู้ กระหึ่ม กลุ่มต่อต้านจึงตะโกนสวนขึ้นว่า ทักษิณออกไปๆ ลั่นเช่นกัน และใช้กำลังตะลุมบอนใส่กันเลือดอาบ จนเจ้าหน้าที่ตำรวจ-หน่วยปราบจลาจลประมาณ 200 นาย ได้เข้าสลายเหตุการณ์ชุลมุนที่เกิดขึ้นพร้อมกับควบคุมตัวผู้ที่ตะโกนออกไปจากพื้นที่นั้น
ขณะเดียวกัน มีชายที่มีลักษณะคล้ายนักเรียนนายร้อยตำรวจ ตะโกนขอให้ทุกคนยุติ เพราะเป็นคนไทยเหมือนกัน และขอให้การเลือกตั้งเป็นการตัดสินปัญหาที่ดีที่สุด
ซึ่งดูเหมือนเหตุการณ์จะสงบ แต่ปรากฏว่า เหตุการณ์ชุลมุนได้ทวีความรุนแรงขึ้นอีกครั้ง โดยชายวัยรุ่นอายุประมาณ 20 ปี วิ่งมาด้วยความเร็วแล้วกระโดดถีบชายวัยประมาณ 60 ปี ที่กำลังตะโกนไล่ พ.ต.ท.ทักษิณ จนทำให้ล้มลง พร้อมกับมีวัยรุ่นอีกประมาณ 2-3 คน เข้ามารุมสหบาทาจนชายชราที่ถูกทำร้ายเลือดอาบทั้งใบหน้า เบลอจนเกือบสลบ ขณะนั้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้ามาล็อกตัวชายชราและวัยรุ่นที่ก่อเหตุออกไป ควบคุมตัวไปโรงพัก เหตุการณ์บานปลายจนทำให้หญิงวัยประมาณ 30 ปี ที่ยืนดูเหตุการณ์ถูกความชุลมุนจนล้มลงหัวฟาดพื้นจนแตกเลือดอาบ
ภายหลังเหตุการณ์เริ่มคลี่คลายเจ้าหน้าที่ตำรวจกว่า 300 นาย ได้เดินเรียงแถวหน้ากระดานไล่ประชาชนทั้งกลุ่มผู้ต่อต้าน-ผู้สนับสนุน ผู้สังเกตการณ์ ไทยมุง ออกจากพื้นที่ทั้งหมด เนื่องจากเกรงว่าเหตุการณ์จะกลับมาเดือดอีกครั้ง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่ชายฉกรรจ์ 2 คน เสื้อน้ำตาลและเสื้อดำ ล็อกคอและชกผู้ต่อต้าน แต่กลับไม่โดนเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวไปด้วย เพราะเป็นชนวนของความรุนแรง ทำให้สื่อมวลชนสงสัยว่า ชายทั้ง 2 เป็นใคร ซึ่งเมื่อถามเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้วพบว่าไม่มีใครรู้ไม่มีใครเห็น จึงเป็นที่แคลงใจว่า ทั้ง 2 คนคือใคร ถึงได้ใช้กำลังความรุนแรงอย่างไม่เกรงกลัวกฎหมาย ด้วยการทำร้ายผู้ต่อต้าน พ.ต.ท.ทักษิณ ต่อหน้าต่อตาเจ้าหน้าที่ตำรวจและสื่อมวลชนจำนวนมาก
และเป็นที่น่าสังเกตว่า จากเหตุการณ์ชุลมุนครั้งนี้ ทางด้านเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยนายกรัฐมนตรี ทั้งหน่วยล่วงหน้า และหน่วยติดตามยืนดูเหตุการณ์อยู่รอบนอก พร้อมกับถ่ายภาพเหตุการณ์ เก็บข้อมูลไว้เป็นหลักฐาน ทั้งนี้ มีรายงานข่าวว่า ทางผู้บังคับบัญชาสั่งห้ามเข้าวงในเด็ดขาด เพราะหวั่นจะตกเป็นข่าวเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยนายกฯทำร้ายผู้ต้านระบอบทักษิณ เช่นเดียวกับเหตุการณ์ที่สยามพารากอน เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม หลังเหตุการณ์ชุลมุนเสร็จสิ้น บรรดาเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยนายกฯก็ได้สลายตัวกลับเช่นกัน